เหล่ามนุษย์เงินเดือน หรือพนักงานบริษัทต่าง ๆ ที่อยากจะลงทุนอะไรสักอย่าง แต่กลัวความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น การลงทุนกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นการลงทุนที่เหมาะกับวัยทำงานที่อยากจะมีเงินเก็บไว้ในเวลาเกษียณอายุ หรือยามฉุกเฉิน เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ อีกทั้งยังสามารถมีเงินเก็บได้เป็นอย่างดี ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะสงสัยเกี่ยวกับการลงทุนนี้มากมาย ว่าสามารถทำได้อย่างไร หรือมีวิธีการทำอย่างไร ไข 3 ข้อสงสัยกับการลงทุนในเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะช่วยตอบคำถามยอดฮิตที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนต่างสงสัย

ไข 3 ข้อสงสัยกับการลงทุนในเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร

หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร และเราจำเป็นที่จะต้องลงทุนหรือไม่ ซึ่ง เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund คือกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ โดยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีข้อดีตรงที่สามารถเก็บเป็นเงินสำรองไว้ให้ลูกจ้างใช้จ่ายยามเกษียณอายุ ออกจากงาน ทุพพลภาพ หรือเป็นหลักประกันให้แก่ครอบครัว ในกรณีที่ลูกจ้างเสียชีวิต โดยเงินจำนวนนี้จะมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายเข้ากองทุนส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสะสม” และเงินที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนให้อีกส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสมทบ” แล้วนำไปฝากไว้ให้กับมืออาชีพอย่าง “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน” ช่วยบริหารจัดการและนำเงินไปลงทุน เพื่อให้เงินในกองทุนของเรานั้นงอกเงย โดยส่วนมากพนักงานบริษัทมักจะลงทุนกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกัน เพื่อนำไปใช้ในช่วยวัยเกษียณ และหลายคนอาจจะมีข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ดังนี้

ไข 3 ข้อสงสัยกับการลงทุนในเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ - เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร

1. การหักเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เป็นเรื่องที่ทุกคนต่างต้องเคยสงสัยกันมาแล้ว โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มทำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ว่าการหักเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นั้นจะหักเท่าไหร่ หรือจะหักเงินสมทบอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งตามกฎหมายได้กำหนดให้ลูกจ้างสะสมได้ตั้งแต่ 2-15% ของเงินเดือน และนายจ้างสมทบเข้าเป็นประจำทุกครั้งที่จ่ายเงินเดือนให้อีกในอัตราตั้งแต่ 2-15% ตามข้อบังคับของแต่ละบริษัท ซึ่งสามารถเงินสะสมในแต่ละปี ไปหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะเข้าเป็นสมาชิกกับกองทุนดีหรือไม่ แนะนำว่าควรดูที่ตัวบริษัทควบคู่ด้วยว่านายจ้างมีเปอร์เซ็นต์ให้เราเท่าใด และเราจะหักเงินไปเท่าใด

การลงทุนในเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ - การหักเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

2. การรับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืน

หลาย ๆ คนที่เพิ่งเริ่มเข้ามาทำงาน และได้รู้จักกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อาจจะมีข้อสงสัยอีกหนึ่งอย่างก็คือ เราจะสามารถรับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้เมื่อใด เป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่แน่ใจเรื่องเงื่อนไขต่าง ๆ ซึ่ง โดยปกติแล้วสมาชิกกองทุนมีสิทธิได้รับเงินคืนจากกองทุนเมื่อความเป็นสมาชิกสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทั้งลาออกจากงาน เกษียณอายุ โอนย้ายกองทุน หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต โดยจะได้รับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมทั้งจำนวน ส่วนเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบจะได้รับตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน หากใครที่อยากจะเลิกสะสมเงินกองทุนก็สามารถยกเลิกได้เช่นเดียวกัน

ไข 3 ข้อสงสัยกับการลงทุนในเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ - การรับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืน

3. หากลาออกจากงานจะจัดการกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร

หลาย ๆ คนที่ทำงานไปสักพัก อาจจะอยากหาความมั่นคงของงาน หรือการเติบโตของงานที่มากขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องลาออกจากบริษัท ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำงาน แต่เมื่อลาออกก็ควรเช็คสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของตัวเองที่ควรได้จากทางบริษัท เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เราควรได้รับสิทธิประโยชน์ด้วยหากเราลงทุนไปแล้ว หากลาออกจากงานจะจัดการกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร สำหรับใครที่ลาออกและอยากจะเอาเงินกองทุนคืนนั้น ก็สามารถทำได้ตามวิธีดังนี้ ฝากไว้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของที่ทำงานเดิมได้ โดยจะได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนต่อไป แต่จะไม่มีเงินสมทบ โอนย้ายไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของที่ทำงานใหม่ หรือกองทุนรวม RMF ทั้งสองกรณีนี้ไม่ต้องเสียภาษีหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ แต่ถ้าหากที่ทำงานใหม่ ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็จะต้องนำเงินก้อนนี้ไปไว้ที่กองทุนรวม RMF for PVD แทน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมาศึกษากันว่ามี บลจ. ที่ไหนเปิดรับโอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบ้าง เมื่อโอนย้ายกองทุน PVD เข้า RMF for PVD ก็สามารถสับเปลี่ยนกองทุนได้แต่ต้องเป็นกองทุน RMF for PVD ด้วยกันเท่านั้น นำเงินออกมาลงทุนต่อเอง หรือนำไปใช้จ่ายอย่างอื่น ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ ถ้าอายุงานน้อยกว่า 5 ปี หรือลาออกจากกองทุน แต่ไม่ได้ลาออกจากงาน  ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี โดยจะต้องนำเงินที่ได้ทั้ง 3 ส่วนมารวมเป็นเงินได้เพื่อคำนวณภาษี ถ้าอายุงาน 5 ปีขึ้นไป แต่อายุไม่เกิน 55 ปี สามารถเลือกได้ว่าจะนำไปคำนวณรวมกับเงินได้ทั้งปี หรือแยกคำนวณภาษีต่างหาก โดยไม่ต้องไปรวมกับเงินได้ประจำปีก็ได้ ในกรณีที่แยกคำนวณภาษี เราสามารถนำรายได้ส่วนนี้ไปหักค่าใช้จ่ายแบบพิเศษได้ 7,000 บาทต่ออายุงาน 1 ปี ส่วนที่เหลือสามารถหักออกได้อีกครึ่งหนึ่ง ก่อนที่จะนำไปรวมเป็นรายได้สุทธิ ถ้าอายุสมาชิกกองทุน 5 ปีขึ้นไป และอายุ 55 ปีขึ้นไปก็ไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้นควรศึกษาเงื่อนไขการรับเงินต่าง ๆ ให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ

การลงทุนในเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ - หากลาออกจากงานจะจัดการกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร

เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  เป็นกองทุนที่ผู้กำลังทำงานสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ หากบริษัทเปิดให้รับสวัสดิการนี้ ซึ่งเป็นการลงทุนอีกหนึ่งทาง ที่เราสามารถมีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณได้แบบสบาย ๆ ซึ่งแต่ละบริษัทก็จะมีการหักเงิน และสมทบเงินที่แตกต่างกัน สำหรับใครที่อยากจะมีเงินเก็บไว้ในใช้ในบั้นปลายชีวิต หรือใช้ยามฉุกเฉินก็สามารถสมัครสมาชิกกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ สำหรับใครที่มีข้อสงสัย ไข 3 ข้อสงสัยกับการลงทุนในเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถเป็นคำตอบให้คนที่กังวลเรื่องกองทุน หรือเพิ่งจะเริ่มสมัครกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เข้าใจได้แบบง่าย ๆ

กางวางแผนการใช้เงินในอนาคตเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะสามารถช่วยเหลือช่วงเกษียณของเราได้เป็นอย่างดี เพราะเราอาจจะไม่รู้เลยว่าในอนาคตนั้นจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิตของเรา หากเราไม่รู้จักวางแผนการเงิน ข้อผิดพลาดการเงินในแต่ละช่วงชีวิต ที่คุณควรรู้ เพื่อแก้ไขได้ทัน เป็นข้อผิดพลาดในแต่ละช่วงวัยที่เราสามารถเรียนรู้เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดได้

สำหรับชาวมนุษย์เงินเดือนคนไหนที่นอกจากจะอยากลองลงทุนกับกองทุนแล้ว และอยากจะลองมีบัตรเครดิตใบแรกไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ที่สามารถอนุมัติผ่านได้ง่าย และมีข้อเสนอดี ๆ 5 บัตรเครดิตอนุมัติไว ผ่านง่ายของชาวออฟฟิศ เป็นบัตรเครดิตของแต่ละธนาคารที่อนุมัติไว เงื่อนไขน้อย สามารถผ่านได้แบบง่าย ๆ