กองทุนรวม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการออมที่จะช่วยเพิ่มผลงอกเงยได้อย่างมหาศาล ซึ่งเพียงลงทุนแค่เดือนละพันบาท หรือถ้ามีมากกว่านั้นก็ไม่ว่ากัน ก็สามารถสร้างฝันให้เป็นจริงได้ และแน่นอนว่า การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง แต่ถ้าลงทุนกันยาว ๆ สม่ำเสมอ เลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย มีผลการดำเนินงานที่ดี อีกทั้ง ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนคอยดูแลเงินลงทุนให้ ก็สามารถลดความเสี่ยงได้นั้น ดังนั้น เรามาดูกันว่ากองทุนรวมนี้คืออะไร และมีวิธีการลงทุนอย่างไร

กองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

กองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

มาดูกันว่ากองทุนแบบไหนที่น่าลงทุน ละสามารถที่จะออมเงินให้เงินนั้นงอกเงยได้ ซึ่งกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาว เพราะถูกออกแบบมาให้เป็นแหล่งออมเงินเพื่อให้มีเงินไว้ใช้อย่างเพียงพอในวัยเกษียณ แถมระหว่างทางที่ซื้อก็ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย และที่สำคัญมีเงินระดับร้อยบาทก็ลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม ควรดูเงื่อนไขให้ดี ก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะกองทุนรวม RMF จะมีเงื่อนไขในการซื้อขายที่มากกว่าการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป

เลือกกองทุน RMF ที่ใช่

หลักจากที่เรานั้นทำความรู้จักกับกองทุนรวมกันมากพอ เพื่อที่จะสามารถทำให้การออมเกิดขึ้นจริง ก็ต้องมีการเลือกกองทุนมาถึงขั้นตอนการเลือกลงทุนในกองทุนรวม RMF โดยหลัก ๆ แล้ว ต้องพิจารณานโยบายการลงทุนของกองทุนรวมนั้นๆ ว่าสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองสามารถรับได้หรือไม่ ค่าธรรมเนียมกองทุน ผลงานของผู้จัดการกองทุน รวมถึงผลตอบแทนย้อนหลังของแต่ละกองทุนเมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเหมือนหรือใกล้เคียงกัน โดยกองทุนรวมที่ดีควรสร้างผลตอบแทนให้สามารถเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าผลตอบแทนย้อนหลังจะไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต แต่อย่างน้อยก็พอจะมองออกว่าจากนี้ไปผลงานจะเป็นอย่างไร ดังนั้น ควรดูผลตอบแทนย้อนหลังไปหลาย ๆ ปี เช่น 5 ปี 10 ปี หรือหากเป็นไปได้ดูกันตั้งแต่ปีแรกนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเลยก็ได้

วิธีการลงทุนใน กองทุนรวม RMF

วิธีการลงทุนใน RMF

หลังจากที่ทำการเลือกกองทุนกันแล้ว เรามาดูกันที่การลงทุนใน RMF กัน ซึ่งต้องบอกว่าวิธีที่ดีและมีประสิทธิภาพวิธีหนึ่งในการลงทุนกองทุนรวม คือ การทยอยลงทุนแบบสม่ำเสมอ (Dollar Cost Average : DCA) ยิ่งมีระยะเวลาในการสร้างเงินต้นนานเท่าไหร่ เช่น 10 ปีขึ้นไป การลงทุนแบบ DCA ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจะต้องมีข้อดี ข้อเสีย ดังนั้นเรามาดูข้อดีของ DCA ซึ่งข้อดีของการลงทุนแบบ DCA คือ ใช้เงินลงทุนน้อย ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาว่าจะขึ้นหรือลง เพราะสุดท้ายแล้วจะได้ราคาต้นทุนเฉลี่ย หรือไม่ต้องกลัวว่าจะลืมลงทุน เพราะใช้วิธีการตัดเงินออกจากบัญชีเงินเดือนไปลงทุนโดยอัตโนมัติทุกเดือน

จากการที่เรานั้นได้อธิบายการลงทุนแบบ RMF กันแล้ว หลายๆคนนั้นอาจจะยังไม่เห็นภาพกัน และเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น จะขอยกตัวอย่างการลงทุนในกองทุนรวม RMF ด้วยวิธีแบบ DCA โดยได้คัดเลือก 3 กองทุนรวม RMF ที่มีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกัน และมีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในแต่ละนโยบายนั้น ย้อนหลังไป 10 ปี (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 – 1 พ.ย. 2563) ได้แก่ กองทุนรวม RMF ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น นโยบายลงทุนในตราสารหนี้ และนโยบายลงทุนแบบผสม โดยสมมติให้ตัดเงินไปลงทุนในแต่ละกองทุนทุกเดือน เดือนละ 1,000 บาท ทุกวันที่ 1 ของเดือน จากนั้นมาดูกันว่า 10 ปีผ่านไป ผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร

แน่นอนว่าการลงทุนในกองทุนรวมนั้นมีหลากหลายวิธีอย่างมาก แต่เมื่อลงทุนในกองทุนรวมด้วยวิธี DCA จะทำให้ได้หน่วยลงทุนจำนวนมากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงเวลาที่ได้ลงทุน หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ “กระจายการซื้อหน่วยลงทุนตลอดเวลา ทั้งในยามที่สภาวะการลงทุนดีและไม่ดี ด้วยเงินจำนวนเท่าๆ กัน” ซึ่งจะทำให้ได้ “ราคาต้นทุนแบบถัวเฉลี่ย” จึงมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และแม้ว่าจะไม่ได้กำไรสูงสุด แต่ก็ไม่มีทางขาดทุนแบบกู่ไม่กลับ ที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงของการลงทุนที่มีความผันผวนได้เป็นอย่างดี

และทั้งหมดนี้ก็คือ กองทุนรวม ทางเลือกออมเงิน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่  ซึ่งการเลือกลงทุนแบบนี้น่าจะมีประโยชน์  ซึ่งกองทุนรวม RMF เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นวางแผนลงทุนระยะยาวและต้องการออมเงินเพื่อให้มีเงินไว้ใช้อย่างเพียงพอในวัยเกษียณ และวิธีที่น่าสนใจเห็นจะเป็นการลงทุนแบบ DCA ที่มีการทยอยลงทุนแบบสม่ำเสมอ นอกจากค่อย ๆ ลงทุนไปเรื่อย ๆ แล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยการลงทุนที่ดี และสามารถสร้างความมั่งคั่งให้ได้อย่างน่าประทับใจ

ซึ่งใครที่อยากจะมีเงินเก็บไว้ในใช้ในบั้นปลายชีวิต หรือใช้ยามฉุกเฉินก็สามารถสมัครสมาชิกกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ สามารถดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนรวม RMF ใน ไข 3 ข้อสงสัยกับการลงทุนในเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ